Bookmark and Share Add to Favorites  

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา





















ร่วมพูดคุยกดที่นี่ค่ะ

ตั้งกระทู้ใหม่

ประเทศสเปน เป็นประเทศที่พอพูดถึงทีไรก็จะนึกถึงการเฉลิมฉลอง งานรื่นเริง และความสนุกสนานของผู้คนที่นั้น ประเทศสเปนตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในยุโรปที่มีอากาศค่อนข้างอุ่น แสงแดดเข้าถึงตลอดเวลาแม้ในฤดูหนาว 
ประเทศสเปนเป็นประเทศที่มีมรดกโลกเยอะที่สุดรองลงมาจากประเทศอิตาลี ไม่ว่าจะเป็นเหล่าสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีเสน่ห์ตามเมืองต่างๆ นอกจากศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของสเปนแล้ว สเปนยังมีอาหารเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น โดยอาหารท้องถิ่นของสเปนนั้นค่อนข้างแตกต่างจากอาหารในประเทศยุโรปอื่นๆทั่วไป เป็นที่สนใจและน่าดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

                อ้างอิงPSTHAI888                   เว๊ป สล็อตออนไลชื่อดังของไทย

ภาษาท้องถิ่น: ภาษาสเปน (Spanish), ภาษากาตาลา (Catalan), ภาษาบาสก์ (Basque) และภาษากาลิเซีย (Galician)
พื้นที่: 504,030 ตารางกิโลเมตร
ศาสนา: นิกายคาทอลิก 74% และอื่นๆอีก 26%
สกุลเงิน: ยูโร (EUR) สัญลักษณ์ €
กระแสไฟฟ้า: 220V
เที่ยวไหนดีในสเปน?ประเทศสเปนเป็นประเทศที่ค่อนข้างใหญ่และมีหลากหลายเมืองที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น บาร์เซโลน่า มาดริด และเมืองเล็กๆอื่นๆอีกมากมาย โดยในแต่ละเมืองก็จะมีบรรยากาศและลักษณะของสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ ตึกรามบ้านช่อง ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมืองนั้นๆตั้งแต่อดีตไปจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าใครแพลนจะมาเที่ยวที่ประเทศสเปน ขอให้เตรียมวันมาให้เยอะๆ เพราะประเทศนี้น่าเที่ยวมากๆ
1) บาร์เซโลน่า (BARCELONA): มหาวิหารซากราดา แฟมิเลีย (Sagrada Familia), คาซ่าบัตโล่ (Casa Batllo), คาซ่ามิล่า (Casa Mila), ปาร์คกูเอล (Parc Guell), ถนนคนเดินรัมบลาส (La Ramblas), พลาซ่ากาตาลุญญา (Catalunya Plaza), พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ่ (Picasso Museum), ตลาดสดบุคเคอเรีย (Boqueria Market), ชายหาด Barceloneta, เนินเขามองต์คูอิก (Montjuic) และน้ำพุมหัศจรรย์ (Magic Fountain of Montjuic)
1.2) เมืองอื่นใกล้ๆบาร์เซโลน่า: เจโรนา (Girona) - สะพานไอเฟล (Eiffel Bridge), Arab Baths, Plaza de la Independencia, โบสถ์เจโรนา (Girona Cathedral) และกำแพงเจโรนา (Girona Wall) / ซีเจส (Sitges) - ชายหาด, พิพิธภัณฑ์ Maricel, พิพิธภัณฑ์ Cau Ferrat / มอนต์เซอร์รัต (Montserrat)
2) มาดริด (MADRID): พระราชวังหลวงมาดริด (Madrid Royal Palace), ตลาดซานมิเกล (San Miguel Market), พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ National Museum Art Center Reina Sofia, Puerta del Sol, พิพิธภัณฑ์ปราโด (Prado Museum), จัตุรัส Cybele, สวนสาธารณะ Retiro, Plaza Mayor of Madrid และ Gate of Alcala
3) โทลีโด (TOLEDO): เมืองเก่าโทลีโด (Toledo Old Town), มหาวิหารโทลีโด (Cathedral Primada), Monastery of San Juan de Los Reyes, ประตูเมืองโทลีโด (Puerta del Sol และ Puerta de Bisagra), สะพาน San Martin, พิพิธภัณฑ์ El Greco, จุดชมวิวเมือง Mirador del Valle, โบสถ์ San Ildefonso, โบสถ์ Santo Tome, Puente de Alcantara, ป้อมปราการโทลีโด (Alcazar of Toledo)
4) เซบียา (SEVILLE): มหาวิหารเซบียา (Cathedral of Seville), หอระฆังจิรัลด้า (Giralda Bell Tower), สวนสาธารณะ (Maria Luisa), พระราชวัง Royal Alcazar, Plaza de Espana, Tower of Gold (Torre de Oro), ถนนซานตาครูซ (Santa Cruz Street) และ Casa de Pilatos
5) รอนด้า (RONDA): เมืองเก่ารอนด้า (Ronda Old Town), สนามแข่งวัวกระทิงรอนด้า (Bullring Ronda), พระราชวัง Moorish, สะพาน Puente Neuvo, Arabic Baths และ Arena
6) มาลากา (MALAGA): เมืองเก่ามาลากา (Malaga Old Town), Plaza de la Constitucion, พิพิธภัณฑ์ปาโบล ปิกัสโซ่ (Pablo Picasso Museum), ท่าเรือมาลากา (Malaga Port), Alcazaba, มหาวิหารมาลากา (Malaga Cathedral), อัฒจันทร์โรมันโบราณ (Roman Theater), ปราสาท Gibralfaro, Plaza Merced, Mercado de la Merced, สนามแข่งวัวกระทิงมาลากา (Malaga Bullring), Mercado Atarazanas และชายหาด La Malagueta
7) กรานาดา (GRANADA): พระราชวังอาลัมบรา (Alhambra Palace), Albaicin, มหาวิหารกรานาดา (Cathedral of Granada), สวน Carmen de Los Martires และพระราชวัง Charles V
8) วาเลนเซีย (VALENCIA): มหาวิหารวาเลนเซีย (Valencia Cathedral), Torres de Serranos, La Lonja de la Seda, El Miguelete, ตลาด Mercado Central (Mercado Central Market), Plaza de la Reina, ศาลาว่าการวาเลนเซีย (Valencia Town Hall), พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Fine Arts Museum และ Plaza del Ayuntamiento
9) เกาะต่างๆ: เกาะอิบิซา (Ibiza), เกาะมินอร์กา (Menorca) และเกาะมายอร์กา (Mallorca)
อากาศในช่วงเดือนมีนาคมที่ประเทศสเปนนั้นเป็นอากาศของฤดูใบไม้ผลิ โดยอากาศจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ฤดูหนาวได้ผ่านพ้นไป และจะเริ่มร้อนเมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว ช่วงที่ดีที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศสเปนนั้นเห็นจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะอากาศจะยังไม่ร้อนมาก และไม่หนาวจนเกินไป จะได้รับทั้งแดดอุ่นๆ และลมที่โชยมาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อก้าวเข้าสู่เดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ฝนจะเริ่มตกชุก ควรเตรียมเสื้อกันฝนหรือร่ม และแจ็คเก็ตบางๆติดตัวไปด้วย
อากาศเริ่มร้อนแรงขึ้นพอๆกับเสน่ห์ของประเทศสเปน: เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน
เนื่องจากอยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอยู่ทางทิศใต้ของทวีป นั่นทำให้ฤดูร้อนในประเทศสเปนนั้นค่อนข้างที่จะร้อนกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป เตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอในแต่ละวันที่ออกเดินทางท่องเที่ยว และที่ขาดไม่ได้คือครีมกันแดดและแว่นตากันแดด เพราะแดดที่สเปนนั้นแรงไม่แพ้ใครเลย เวลาในช่วงกลางวันจะค่อนข้างยาวนานในฤดูร้อน ถ้าหากต้องการชมวิวตอนกลางคืน แนะนำว่าให้เริ่มออกเดินทางในช่วงสายๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเหนื่อยจนเกินไป
ลมเย็นๆเริ่มโชยมา ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป: เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน
หลังจากที่เผชิญอากาศร้อนในช่วงซัมเมอร์กันมาแล้ว ฤดูใบไม้ร่วงก็เริ่มย่างกรายเข้ามา ลมเย็นเริ่มโชยมา อุณหภูมิเริ่มลดลงเรื่อยๆ ทำให้เริ่มเที่ยวได้ง่ายขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากไม่ได้ไปผจญภัยกับแดดที่ร้อนแรงเกินต้านทาน หากแต่ว่าในช่วงเช้าและตอนค่ำหลังพระอาทิตย์ตก อากาศจะเริ่มเย็นอย่างเห็นได้ชัด เตรียมร่มและเสื้อแจ็คเก็ตบางๆไปสักตัวเพื่อความปลอดภัย ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ เวลากลางวันเริ่มสั้นลง เวลาทำการของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็เริ่มปิดเร็วขึ้น อย่าลืมเช็คตารางเวลาให้ดีก่อนออกเดินทาง
เมื่อยามความร้อนแรงของประเทศสเปนเริ่มแผ่วลง และถูกแทนที่ด้วยความหนาวเย็น: เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์
ถึงแม้จะเป็นฤดูหนาว หากแต่ว่าอุณหภูมิที่ประเทศสเปนมักจะไม่ลดลงต่ำกว่าศูนย์องศา เสมือนกับว่าเป็นอากาศในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิหรือปลายฤดูใบไม้ร่วงเสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม อากาศยังสามารถแปรปรวนได้เสมอ เช็คอากาศก่อนออกเดินทางและเตรียมเสื้อผ้ามาให้พร้อม จะได้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวล
งบประมาณในการท่องเที่ยวสเปนประเทศสเปนมีค่าครองชีพที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันตก ประเทศสเปนมีวัฒนธรรมในการรับประทานทาปาส (Tapas) หรือของว่างทานเล่น ซึ่งตามร้านอาหารจะเสิร์ฟทาปาสทั้งวัน โดยไม่มีการจำกัดเวลาดังเช่นประเทศอื่นๆในยุโรปที่เสิร์ฟอาหารเป็นเวลา อีกทั้งยังมีขนมท้องถิ่นของสเปน เช่น ชูโรสหรือปาท่องโก๋สเปน (Churros) วางขายตามท้องถนนในราคาถูก นอกจากนั้นแล้วก็มี ฮามอน (Jamon), คาวา (Cava) และแซงเกรีย (Sangria) ที่หาได้ง่ายๆตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปในราคาที่ถูกกว่าร้านอาหาร ถ้าหากต้องการของทานเล่นก็สามารถหาซื้อทาปาสเหล่านี้ตามซุปเปอร์มาเก็ตแล้วนำกลับไปรับประทานที่ที่พักได้ แต่ถึงแม้ว่าอาหารจะมีราคาที่ค่อนข้างถูก ในทางกลับกัน ราคาตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์นั้นมีราคาที่ค่อนข้างแพง ค่าใช้จ่ายต่อวันในการท่องเที่ยวที่ประเทศสเปน จึงจะตกอยู่ที่ประมาณ 80-120€ ต่อคน ไม่รวมค่าที่พัก ขึ้นอยู่กับร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการจะไป กินอะไรดีที่สเปน / อาหารท้องถิ่นของสเปนที่ต้องลองกินอะไรดีเมื่อไปเยือนสเปน?วัฒนธรรมการรับประทานทาปาส (Tapas) ที่ประเทศสเปนนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมาก โดยจะหาร้านทาปาสได้ตามร้านอาหารหรือบาร์ในตัวเมืองทั่วไป อย่าเข้าใจผิดไปว่า "ทาปาส" นั้นคือชื่ออาหาร ความจริงแล้ว "ทาปาส" คือชื่อเรียกอาหารทานเล่นที่เสิร์ฟมาในขนาดเล็ก โดยที่คุณสามารถสั่งทาปาสเมื่อไรก็ได้ และมีตัวเลือกมากมายให้เลือก นอกจากนั้นยังมีอาหารสเปนอีกหลายอย่างที่น่าลอง มาดูกันว่ามีอาหารสเปนจานไหนที่น่าสนใจบ้าง
1) PAELLA: ปาเอยา เป็นอาหารท้องถิ่นของประเทศสเปนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด สำหรับใครที่ชอบรับประทานซีฟู้ด ปาเอยาซีฟู้ดถือว่าเป็นจานเด็ดที่ต้องลอง แต่ถ้าหากเลือกไม่ได้ระหว่างเนื้อกับซีฟู้ด ก็สามารถสั่งแบบมิกซ์มาได้เลย นอกจากนั้นยังมีจานแปลกอย่างอาร์ร็อสเนเกร (Arroz Negro) หรือปาเอยาซอสหมึกดำที่ทำมาจากหมึกของปลาหมึกยักษ์นั่นเอง ตามร้านอาหารทั่วไปมักจะเสิร์ฟปาเอยาขนาดสำหรับ 2 คนรับประทาน แต่ก็จะมีบางร้านที่เสิร์ฟในขนาด 1 คนรับประทาน ถ้าหากเดินทางคนเดียว ลองเช็คดูให้แน่ใจว่าร้านไหนเสิร์ฟปาเอยาสำหรับ 1 คนบ้าง มิเช่นนั้นจะรับประทานไม่หมดเอา
2) JAMON: เมื่อเดินทางไปตามตลาดสดหรือซุปเปอร์มาเก็ตต่างๆ จะสังเกตุเห็นขาหมูชิ้นโตตั้งอยู่ นั่นก็คือฮามอนนั่นเอง โดยประเทศสเปนเป็นประเทศที่ผลิตฮามอนเยอะที่สุดในโลก และฮามอนที่ดีที่สุดก็คือฮามอน อิเบอริโค (Jamon Iberico) คุณสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตต่างๆหรือสั่งที่ร้านอาหารเพื่อมาทานเล่นก็ได้ บางประเทศในยุโรปอนุญาตให้นำฮามอนเข้าประเทศได้ แต่ก็มีประเทศที่ไม่อนุญาตให้นำฮามอนเข้าไป อย่างเช่นสหรัฐอเมริกาเป็นต้น เพราะฉะนั้น ลองเช็คข้อมูลดูดีๆก่อนที่จะซื้อกลับบ้าน
3) TORTILLA ESPANOLA: ตอร์ตียาของสเปนนั้น จะมีรูปร่างที่หนากว่าและเนื้อสัมผัสที่หนักกว่า ด้วยไข่ มะเขือเทศ และหัวหอม ถ้าหากใครที่ไม่ต้องการรับประทานตอร์ตียาที่หนักจนเกินไป สามารถสั่งแบบไม่ใส่หัวหอมได้ ชาวสเปนนิยมรับประทานตอร์ตียาเป็นอาหารเช้า
4) PATATAS BRAVAS: ปาตาตัสบราวาส เป็นหนึ่งในเมนูทาปาสยอดนิยม โดยคำว่า "Patata" แปลว่ามันฝรั่ง จึงทำให้เมนูนี้ออกมาเป็นมันฝรั่งฝานเป็นแผ่นบางๆราดด้วยซอสหลากชนิด
5) PULPO: ปุลโปคือปลาหมึกยักษ์ที่นำมาปรุงจนสุก ราดด้วยน้ำมันมะกอก เกลือสมุทร (Sea Salts) และผงปาปริก้า โดยส่วนมากจะเสิร์ฟพร้อมกับมันบดที่ซ่อนตัวอยู่ด้านล่างของปลาหมึก
6) GAMBAS AL AJILLO: กัมบัส อัล อาคิโย่ เป็นอีกหนึ่งเมนูทาปาสที่ต้องลองและมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ถ้าไปแล้วไม่ได้รับประทานเรียกว่าไปไม่ถึงประเทศสเปน กุ้งสดตัวโตๆนำไปปรุงให้สุกกับน้ำมันมะกอกและกระเทียม ทั้งหอมและอร่อย
7) CHURROS: ขนมของสเปนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกคือชูโรส หรือที่คนไทยเรียกว่า "ปาท่องโก๋สเปน" ตามท้องถนนจะมีร้านขายชูโรสอยู่ทั่วไป ทั้งชูโรสแบบออริจินัล หรือจะสอดไส้แยมผลไม้ไว้ด้านใน คนท้องถิ่นมักจะชอบรับประทานชูโรสคู่กับช็อกโกแลตร้อน และนำชูโรสลงไปจิ้มเป็นดิป ถ้าหากมีโอกาสผ่านไปผ่านมาที่ร้าน Xurreria ที่แปลว่าร้านขายชูโรส ก็อย่าลืมแวะซื้อรับประทานกันเสียหน่อย จะได้พูดได้ว่ามาถึงประเทศสเปนอย่างเต็มภาคภูมิ
8) PAN CON TOMATE: เป็นจานเรียกน้ำย่อยที่นิยมรับประทานกันในประเทศสเปน โดยคำว่า "Pan con Tomate" แปลว่า "มะเขือเทศบนขนมปัง" โดยบนขนมปังกรอบ จะมีการปาดกระเทียมลงไปก่อนบางๆ ตามด้วยมะเขือเทศ ราดด้วยนำ้มันมะกอกพร้อมโรยเกลือตามเพื่อเพิ่มรสชาติ ร้านอาหารบางร้าน จะเสิร์ฟกระเทียม มะเขือเทศ และขนมปังมาแยกกัน เป็นกิมมิคเล็กๆเพื่อให้มีอะไรทำบนโต๊ะอาหาร
9) CREMA CATALANA: เมื่อเดินไปเที่ยวที่เมืองบาร์เซโลน่า อย่าลืมสั่ง Crema Catalana เป็นขนมหวานปิดท้ายมื้ออาหาร หน้าตาของมันจะคล้ายกับ Creme Brulee ขนมหวานของฝรั่งเศส หากแต่วิธีการเสิร์ฟต่างกัน โดยทางฝรั่งเศสจะเสิร์ฟร้อน แต่ทางสเปนจะเสิร์ฟเย็น Crema Catalana นั้นทำมาจากเลม่อนและซินนามอน มีรสชาติที่หวานและสดชื่น
10) SANGRIA: แซงเกรีย เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประจำประเทศสเปนเลยก็ว่าได้ แซงเกรียนั้นทำมาจากไวน์แดงที่นำไปผสมกับผลไม้สด เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้สดชื่นและไม่รู้สึกว่ากำลังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ นอกจากนั้นแล้วยังมีแซงเกรียที่ทำมาจากไวน์ขาว ไวน์โรเซ และอีกมากมาย
11) CAVA: สำหรับใครที่ไม่ใช่คอไวน์ ลองดื่มคาวา ซึ่งเป็นแชมเปญสไตล์สเปน ดื่มง่าย และไม่หนักจนเกินไป 
การเดินทางในสเปนการเดินทางไปยังเมืองต่างๆในประเทศสเปนด้วยรถไฟ ถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกและราคาถูกที่สุด แต่สำหรับใครที่วางแผนมาเที่ยวประเทศสเปนเป็นเวลานาน บัตร Renfe Spain Pass อาจจะทำให้การท่องเที่ยวของคุณง่ายขึ้น ด้วยเจ้าบัตรนี้ คุณสามารถเดินทางด้วยรถไฟ Renfe เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางไหนก็ได้ นอกจากนั้นคุณยังสามารถเข้าพิพิธภัณฑ์ที่ร่วมรายการได้ฟรี และยังมีส่วนลดอื่นๆอีกมากมายที่มากับบัตรใบนี้ มีข้อแม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือคุณไม่สามารถขึ้นรถไฟกลางคืน (Night Train) ได้ บัตร Renfe Spain Pass นี้สามารถปรับแต่งเส้นทางและระยะเวลาได้ตามที่คุณต้องการ ระหว่าง 4, 5, 8 หรือ 10 เส้นทาง ในระยะเวลา 1 เดือน บัตรมีอายุ 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ออกบัตร เพราะฉะนั้น คุณสามารถทำการซื้อบัตรล่วงหน้าได้ก่อนออกเดินทาง แต่ 1 บัตรต่อ 1 คนเท่านั้น ไม่สามารถใช้ร่วมกับผู้อื่นได้

               สาระข้อมูลPSTHAI888                   เว๊ป สล็อตออนไลชื่อดังของไทย

1) การเดินทางไปยังเมืองอื่นๆในสเปน
รถไฟ: การเดินทางโดยรถไฟเป็นที่นิยมกันมากที่สุดในประเทศสเปน โดยมีบริษัท Renfe เป็นผู้ให้บริการ รถไฟทำให้การเดินทางไปยังเมืองอื่นๆง่ายดายขึ้นหลายเท่า สำหรับรถไฟกลางคืนหรือ Night Train นั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีตู้นอนให้เพื่อให้ผู้โดยสารพักผ่อนระหว่างการเดินทางที่ยาวนาน คุณสามารถทำการสำรองที่นั่งได้ล่วงหน้าที่เว็บไซต์ www.renfe.com หรือที่สถานีรถไฟก่อนออกเดินทางได้ หากแต่ว่าเว็บไซต์อาจจะมี Error บ้างเล็กน้อย ฉะนั้นถ้าหากพบเห็นว่าเว็บไซต์ Error ก็ไม่ต้องกังวลไป เช็คตารางเวลาแล้วเดินทางมาที่สถานีรถไฟเร็วหน่อยเพื่อเผื่อเวลาซื้อตั๋ว และบางครั้งจะมีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋วรถไฟ และจำต้องแสดงพาสปอร์ตในกรณีที่เป็นนักท่องเที่ยว
รถบัส: ถ้าหากราคารถไฟแพงเกินไปหรือไม่มีรถไฟไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ รถบัสเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกสบายไม่แพ้กัน โดย Alsa เป็นบริษัทรถบัสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสเปน เข้าไปเช็คราคาแล้วตารางเวลาได้ที่เว็บไซต์ www.alsa.com
2) การเดินทางในกรุงบาร์เซโลน่า
ในเมืองบาร์เซโลน่า ขนส่งสาธารณะประกอบไปด้วยเมโทรหรือรถไฟใต้ดิน และรถบัส โดยเมโทรจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณตี 5 จนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนในวันธรรมดา ถึงตี 2 ในวันศุกร์ และให้บริการ 24 ชั่วโมงในวันเสาร์ เมโทรจะมีรอบที่ถี่กว่ารถบัส ส่วนรถบัสก็มีอยู่ทั่วเมือง และยังมีรถบัสกลางคืน (Night Bus) ในกรณีที่รถบัสธรรมดาหมดแล้ว ในเมืองบาร์เซโลน่านั้นจะแบ่งเขตการวิ่งของเมโทรออกเป็นโซน และสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน 1 หรือโซนตัวเมือง
ตั๋ว T-10: T-10 เป็นชื่อเรียกตั๋วรถในบาร์เซโลน่า เป็นตั๋วที่สามารถใช้ได้ถึง 10 ครั้ง ต่อหนึ่งครั้งคุณสามารถเปลี่ยนรถได้ 3 ครั้งภายใน 75 นาที อย่าลืมที่จะ validate ตั๋วก่อนขึ้นรถบัสหรือเมโทร และตั๋วนี้สามารถใช้ได้หลายคน โดยด้านหลังของตั๋วจะแสตมป์วันที่และเวลาเอาไว้เมื่อ validate เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจเช็คหมดเวลาหรือยัง และใช้ไปกี่ครั้งแล้ว
BARCELONA CARD:  สำหรับใครที่วางแผนจะมาเที่ยวที่เมืองบาร์เซโลน่าเป็นเวลานาน และจำเป็นต้องใช้ขนส่งสาธารณะบ่อยๆ บัตร Barcelona Card เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ มีระยะเวลาให้เลือกตั้งแต่ 2 วันไปจนถึง 5 วัน ในระยะเวลานั้นคุณสามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะไม่ว่าจะเป็นเมโทร รถบัส รถแทรมโบราณ รถไฟภายในเมืองบาร์เซโลน่า และรถไฟจากตัวเมืองไปยังสนามบินได้โดยไม่จำกัดครั้งและเวลา เวลาจะเริ่มนับเมื่อครั้งแรกที่คุณทำการ validate บัตรใบนี้ โดยตั๋วจะนับจากชั่วโมงและนาทีที่ validate ตั๋ว ไม่ได้นับเป็นวัน สามารถซื้อบัตรล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ www.holabarcelona.com หลังจากนั้นคุณจะได้รับ voucher ผ่านอีเมล เพื่อนำไปรับบัตร Barcelona Card ได้ที่สถานีเมโทรในเมืองบาร์เซโลน่า
การเดินทางจากสนามบินบาร์เซโลน่าไปยังใจกลางเมือง
รถบัสสนามบิน: รถบัสจากสนามบินจะมาทุกๆ 5-10 นาทีจาก Terminal 1 และทุกๆ 10-20 นาทีจาก Terminal 2 รถบัสจากสถามบินจะมาจอดที่พลาซ่า Plaza Catalunya ใจกลางเมืองบาร์เซโลน่า บนรถบัสมีสัญญาณ Wi-Fi ฟรีให้บริการ ราคาอยู่ที่เที่ยวละ 5.90€ และราคาไป-กลับอยู่ที่ 10.20€ โดยคุณสามารถซื้อตั๋วไปกลับเอาไว้ล่วงหน้าได้โดยจะต้องใช้ภายใน 15 วัน
รถไฟ: จาก Terminal 1 สามารถนั่ง Airport Shuttle Bus ฟรีเพื่อไปยัง Terminal 2 (สถานี T2-B Station) หรือจาก Terminal 2 ก็เดินตามสัญลักษณ์รถไฟ Renfe เพื่อนั่งรถไฟเข้าไปยังตัวเมืองบาร์เซโลน่า รถไฟจะไปจอดที่สถานี Sants หรือ Passeig de Gracia ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที 
รถบัสสาย 46: การเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองที่ถูกที่สุดก็เห็นจะเป็นรถบัสสาย 46 นี้ เที่ยวละ 2.15€ สามารถใช้ตั๋ว T-10 ได้ รถบัสออกจาก Terminal 1 และจอดที่ Terminal 2 และ Plaza Espagna รถบัสจะจอดตามป้ายเรื่อยๆ ตรวจเช็คข้อมูลให้ดีก่อนออกเดินทาง
3) การเดินทางในกรุงมาดริด
ที่มาดริดจะมีทั้งเมโทร รถบัส และแทรม สามารถใช้ได้ทั้งตั๋วเที่ยวเดียวหรือตั๋ว 10 เที่ยว โดยตั๋ว 10 เที่ยวจะมีราคาต่อเที่ยวที่ถูกกว่า และสามารถใช้ได้ด้วยกัน
สำหรับเมโทรในมาดริดจะแบ่งออกเป็นโซน โดยสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน A ซึ่งสามารถใช้ตั๋วในราคาธรรมดาได้ ในมาดริดมีสถานีเมโทรอยู่กว่า 250 สถานีและมีเมโทรทั้งหมด 12 สาย ฉะนั้นตรวจสอบเส้นทางให้ดีก่อนออกเดินทาง หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหรือเข้าเว็บไซต์ Citymapper เพื่อตรวจสอบเส้นทาง อย่าลืม validate ตั๋วทุกครั้งที่เดินทาง
นอกจากเมโทรแล้ว รถบัสเองก็มีหลายสายเช่นกัน สังเกตุอักษรด้านหน้า ถ้าหากมีตัวอักษร "N" อยู่ด้านหน้าตัวเลขรถบัส นั่นหมายความว่ารถบัสสายนั้นคือรถบัสกลางคืน (Night Bus)
DAY PASS: บัตร Day Pass มีระยะเวลาตั้งแต่ 1-3 วัน สำหรับใครที่คิดว่าจะต้องเดินทางบ่อยๆในตัวเมือง ราคา 1 Day Pass อยู่ที่ 8.40€
MADRID CARD: บัตร Madrid Card ไม่เพียงแต่ให้คุณใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ฟรีและไม่จำกัดรอบ แต่คุณยังสามารถใช้บริการรถบัส City Tour และเข้าพิพิธภัณฑ์ได้หลากหลายที่ บัตร Madrid Card มีให้เลือกทั้งหมด 3 ระยะเวลาคือ 24 ชั่วโมง, 48 ชั่วโมง และ 72 ชั่วโมง ลองวางแผนการเดินทางและคำนวนดูว่าระหว่างตั๋วอื่นๆและบัตร Madrid Card อันไหนจะคุ้มกว่ากัน
การเดินทางจากสนามบินมาดริดไปยังใจกลางเมือง
รถบัสสนามบิน: รถบัสจากสนามบินเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน จอดทุกๆ Terminal ยกเว้น Terminal 3 เลือกลงที่สถานี Atocha หรือ Cybele ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้กับตัวเมืองมากที่สุด รถบัสจะมาทุกๆ 15-20 นาที และวิ่งน้อยลงหลังเที่ยงคืน จากสนามบินไปยังตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ราคา 5€ ต่อเที่ยว
รถไฟ: รถไฟวิ่งจาก Terminal 4 ราคา 2.60€ ต่อเที่ยว ไป-กลับที่ 5.20€ รถไฟจะมาทุกๆ 30 นาที หากแต่ว่ารถ Shuttle Bus ที่รับผู้โดยสารจาก Terminal อื่นๆมายัง Terminal 4 มีไม่มากนัก เพราะฉะนั้นเชคตารางเวลารถ Shuttle Bus และรถไฟดีๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการรอรถ โดยจากสนามบินไปยังตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เมโทร: เดินตามสัญลักษณ์ "METRO" ไปตาม Terminal ต่างๆ ก็จะพบกับสถานีเมโทร ตั๋วเมโทรสามารถซื้อได้จากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนที่ไปยังสาย Cercanias จะไม่สามารถทำได้ด้วยตั๋วเมโทรธรรมดา เพราะสายนี้คือรถไฟ Renfe คุณจำเป็นต้องซื้อตั๋วใหม่อีกใบหนึ่ง ตรวจสอบจุดหมายปลายทางให้ดีก่อนออกเดินทาง

 สนับสนุนบทความโดยPSTHAI888                   เว๊ป สล็อตออนไลติดอันดับหนึ่งของไทย

 

แสดงความคิดเห็น

ข้อความ
รูปภาพ
Security Code
(ใส่ตัวอักษรตามที่เห็นด้านบน)
ลงชื่อ